มุมมองของมนุษย์ต่างดาว

มีประโยคอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมชอบมากมาก แค่อ่านครั้งแรกก้อจำได้เลยไม่เคยลืม คงต้องย้อนกลับไปประมาณสองปี — << —- วิ้ว วิ้ว — << —— วิ้ว—วิ้ว—– || — กึก — กึก —- |>

มันเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่งในประเทศประเทศหนึ่ง ในเมืองเมืองหนึ่งที่ชาวเมืองต่างคิดกันว่า ช่างเป็นเมืองที่มีความผสมผสานกลมกลืนกันของคนจากหลากหลายเชื้อชาติมากที่สุดอันดับต้นๆของโลก ซอกหลืบนั้นของโลกมนุษย์ถูกเรียกว่า vancouver ที่ที่ผมอยากจะกลับไปอีกซักครั้ง ที่ที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำในรูปแบบต่างๆ ก้อคงไม่ต่างจาก Berlin หรือ Bangkok ที่ที่เคยทำอะไรอะไรไว้เยอะแยะ แต่เรื่องนั้นคงไม่ใช่ประเด็นที่จะเล่าในวันนี้ กลับมาที่ วันธรรมดาๆวันหนึ่งดีกว่า นะ อืม
มีประโยคอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมชอบมากมาก แค่อ่านครั้งแรกก้อจำได้เลยไม่เคยลืม คงต้องย้อนกลับไปประมาณสองปี — << —- วิ้ว วิ้ว — << —— วิ้ว—วิ้ว—– || — กึก — กึก —- |>

มันเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่งในประเทศประเทศหนึ่ง ในเมืองเมืองหนึ่งที่ชาวเมืองต่างคิดกันว่า ช่างเป็นเมืองที่มีความผสมผสานกลมกลืนกันของคนจากหลากหลายเชื้อชาติมากที่สุดอันดับต้นๆของโลก ซอกหลืบนั้นของโลกมนุษย์ถูกเรียกว่า vancouver ที่ที่ผมอยากจะกลับไปอีกซักครั้ง ที่ที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำในรูปแบบต่างๆ ก้อคงไม่ต่างจาก Berlin หรือ Bangkok ที่ที่เคยทำอะไรอะไรไว้เยอะแยะ แต่เรื่องนั้นคงไม่ใช่ประเด็นที่จะเล่าในวันนี้ กลับมาที่ วันธรรมดาๆวันหนึ่งดีกว่า นะ อืม

มันเป็นวันที่เริ่มสงสัยว่า ด้วยกฎเกณฑ์อะไรบางอย่าง มนุษย์โลกเกือบทุกตัวแทบจะไม่คุยกัน ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ไม่ว่าพวกเค้าจะอยู่ใน Skytrain, รถบัส, เรือแฟรรี่, U-Bahn, S-Bahn, Tram, รถไฟฟ้าBTS, ปอ 524, และอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเมื่อมนุษย์มีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกันแล้ว มันก้อยังมีกฎเกณฑ์อะไรบางอย่าง ที่ทำให้พวกเค้าก้อยังคุยกันอย่างฉาบฉวยแบบ ไม่ต้องการคำตอบอะไรนักจากคำถามที่ถามไป มนุษย์ทุกคนดูเหมือนจะมีโลกส่วนตัว มีสังคมส่วนตัว มีเพื่อนมนุษย์ในกลุ่มที่จะคุยด้วย และเมื่อเจอเพื่อนมนุษย์ตัวใหม่ที่มีอะไรคล้ายๆกัน ชอบอะไรๆที่เหมือนกัน ก้อชักชวนกันเข้าไปในโลกๆนั้น สร้างสังคมเล็กๆย่อยๆขึ้นมาอีก สิ่งเหล่านี้นะเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ในมุมมองของผม ที่ไม่เคยเข้าใจในตอนนั้น

มนุษย์ต่างดาวอย่างผมอาจจะไม่เข้าใจ กฎเกณฑ์พื้นฐานบางอย่างในจิตใจของพวกมนุษย์ กฎเกณฑ์ ที่พวกเค้าพร้อมและยินยอมจะปฎิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ราวกับ มันฝังมาแล้วในรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ทุกตัว

ตามสมมุติฐานของผม มนุษย์ไม่อยากคุยกับมนุษย์หน้าแปลก หรือ มนุษย์ที่ไม่รู้จัก ถ้าทำจะรู้สึกเขินอาย วิงเวียนศรีษะ ความดันขึ้น หรือ มนุษย์ทุกๆตัวอาจจะรอให้มนุษย์อีกตัวเข้ามาหาก่อน เข้ามาคุยก่อนถึงจะเริ่มคุยด้วย แต่มนุษย์ตัวที่เริ่มบทสนทนาที่ทำให้ตัวอื่นอยากคุยด้วย หาได้น้อยเต็มที หรือ อาจจะเป็นเพราะ มนุษย์อยากอยู่เงียบๆ

ความไม่เข้าใจ ความสับสน การตีความอย่างมั่วๆและหาข้อสรุปไม่ได้ วนเวียน ตีกันไปมาอยู่ในหัวผม
โชคดีที่ เย็นวันนั้นผม อ่านเจอข้อสรุปเกี่ยวกับสังคมมนุษย์หนึ่งประโยค มนุษย์ที่ชื่อว่า
Herbert V. Prochnow ไขความกระจ่างให้ผม หลังจากนั้นมา ผมก้อเข้าใจกฎเกณฑ์ข้อนั้นของมนุษย์ และ ไม่เคยสงสัยอะไรเำกี่ยวกับเรื่องราวที่กล่าวไว้ข้างต้นอีกเลย

อยากรู้มั้ยครับว่า ประโยคนั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร

“A city is a large community where people are lonesome together.”
Herbert V. Prochnow

ใช่แล้วครับ เพราะ เมืองเป็นสังคมขนาดใหญ่ที่มนุษย์อยู่อย่างเหงาๆร่วมกัน มนุษย์จึงไม่คุยกันถ้าไม่จำเป็น ถ้าไม่ใช่เพื่อนในสังคมเล็กๆของมนุษย์กลุ่มนั้น ผมว่ามันชักจะเริ่มยาวไปแล้วละ แต่จริงๆ มันยังมียาวกว่านี้อีกมากครับ จบก่อนดีกว่า ว่าแต่ว่า

วันนี้คุณเหงามั้ยครับ ??

 

Advertisements

One Response to “มุมมองของมนุษย์ต่างดาว”

  1. anpanpon :P Says:

    ไม่เหงาแต่ง่วง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: